เชื่อมโยงอาเซียน – ลักเซมเบิร์ก

เชื่อมโยงอาเซียน – ลักเซมเบิร์ก

10 มี.ค. 2563

404 view

งาน “ASEAN Day: Business Opportunities between Luxembourg and ASEAN” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ เมื่อวันอังคารที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๓ ที่หอการค้าลักเซมเบิร์ก ประเทศลักเซมเบิร์ก โดยความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ และมีเขตอาณาครอบคลุมลักเซมเบิร์ก กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนของลักเซมเบิร์ก ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศและกิจการยุโรป กระทรวงเศรษฐกิจ และหอการค้าลักเซมเบิร์ก

บุคคลสำคัญของลักเซมเบิร์กหลายคนได้เข้าร่วมงานฯ อาทิ นาย Jean Asselborn รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกิจการยุโรปลักเซมเบิร์ก นาง Sylvie Lucas ปลัดกระทรวงการต่างประเทศฯ และนาย Marc Hansen รัฐมนตรีกระทรวงดิจิตัล และย้ำความประสงค์ของลักเซมเบิร์กที่จะเพิ่มพูนความสัมพันธ์กับอาเซียน รวมทั้งกล่าวถึงจุดเด่นของลักเซมเบิร์ก เช่น ด้านการเงินธนาคาร และเทคโนโลยีอวกาศ

ในช่วงการบรรยาย นายมนัสวี ศรีโสดาพล เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้เล่าให้ผู้เข้าร่วมงานฟังเกี่ยวกับพัฒนาการการเมืองไทยตั้งแต่มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปีที่แล้ว และยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพทางการเมืองเพื่อเอื้อต่อการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ นอกจากนี้ นายมนัสวีฯ ได้แจ้งว่า ฝ่ายไทยกับสหภาพยุโรปกำลังหารือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมการสู่การรื้อฟื้นการเจรจาความตกลงการค้าเสรี หรือ Free Trade Agreement (FTA)

คณะทีมประเทศไทย ประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรมศุลกากร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมงานเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่นักธุรกิจลักเซมเบิร์ก รวมทั้งในช่วงกิจกรรม Business Clinics

ในโอกาสการเยือนลักเซมเบิร์กครั้งนี้ นายมนัสวีฯ ได้นำคณะทีมประเทศไทยพบหารือกับหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ของลักเซมเบิร์ก หรือ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) เพื่อสานต่อการเยือนลักเซมเบิร์กของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาด้วย

สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้าและนักลงทุนสำคัญของไทย ในส่วนการค้าระหว่างไทยกับลักเซมเบิร์ก แม้ว่ายังค่อนข้างจำกัด แต่ก็มีอัตราเติบโตที่ดี โดยในปี ๒๕๖๒ การค้าไทย-ลักเซมเบิร์กมีมูลค่า ๒๖.๘๓ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๑ ที่มีมูลค่า ๒๓.๘๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ